| Yang's profile"Windy territory" ~ ~*PhotosBlogLists | Help |
There are no categories in use.
"Windy territory" ~ ~*Just let the wind blow. March 07 Preciousกับท่วงทำนองของไลน์เบสที่ชวนตื่นใจ...
Cant stop addicted to the shin dig
Cop top he says Im gonna win big ..........................
คาดว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินเพลงนี้....
ณ วันหนึ่งกลางเดือนมกราคม ภายใต้อากาศที่เย็นจัด...
เงินจำนวน 56.5$ ได้ถูกบรรจงควักจากกระเป๋าตังค์อย่างรีบด่วน
พร้อมๆกับเเผ่นกระดาษสี่ส้มสดใสขนาดพอๆกับฝ่ามือที่ถูกยื่นผ่านมาทาง
เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์
บนกระดาษเเข็งสีส้มเเผ่นนั้นมี
ตัวอักษรภาษาอังกฤษขยุกขยุยอ่านเป็นใจความได้ว่า
"Red Hot Chilli Peppers
University of Ilinois
March 3rd Assembly Hall"
การรอคอยอีกสองเดือนกว่าๆกับเงินที่เสียไปเกือบ 60$
คงไม่น่าจะเป็นการสิ้นเปลืองที่เปล่าประโยชน์กับการที่จะได้เข้าร่วม
เป็นส่วนหนึ่งในการเเสดง concert ของวง Rock
ระดับพระกาฬที่เป็นที่รู้จักไปทั่วทุกมุมโลกวงนี้....
3 มีนาคม 2007 วันที่หิมะตก....
...เสียงสวบสาบบนพื้นผิวถนนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเท้าทั้งสองเหยียบไปบนปุยหิมะที่เริ่มจะทับถมกันหนามากขึ้นเรื่อยๆ
การเดินเป็นระยะทางกว่าห้า blocks เป็นไปอย่างไม่ค่อยราบรื่นรื่นนักเพราะ
ความลื่นของพื้นผิวถนน เเต่มันก็ไม่ได้เป็นอะไรที่น่าเบื่อนักเมื่อมีเสียงพูดคุยเป็น
ภาษาไทยที่คุ้นหูออกมาจาก "พี่นัท" ผู้ออกจาริกร่วมทางไปสู่งานคอนเสิร์ตครั้งนี้
ราวห้าถึงสิบนาทีนาที ที่จอดรถบนถนน University Avenue ก็ปรากฎอยู่ตรงเบื้องหน้า
พร้อมกับหิมะที่ขาวโพลนไปทั่วบริเวณ
มันเป็นเรื่องค่อนข้างเเปลกที่ การจะมาเอารถยนต์ของตัวเองเพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายนั้น
ต้องใช้เวลาเดินเท้าถึงสิบนาที ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะระบบที่ค่อนข้างจะยุ่งยากเเต่เป็นระเบียบของที่นี่นั่นเอง
สรุปได้สั้นๆก็คือ การที่จะได้ที่จอดรถใกล้ๆที่พัก หรือบริเวณมหาวิทยาลัยนั้น ไม่ง่ายเลย
ต้องผ่านการจองเป็นระยะเวลาพอสมควร เเละด้วยจำนวนที่ค่อนข้างจำกัดจำเขี่ย
กับราคาที่ค่อนข้างเเพงถึงเเพงมาก ทำให้มันไม่ค่อยจะ
ยุติธรรมนักในความคิดที่เเวบขึ้นมาในหัวสมอง
..โดมสีขาวขยายขนาดของมันขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรถเเล่นตรงเข้าใกล้..
การมาถึงสถานที่ก่อนการเเสดงจะเริ่มถึงสี่สิบนาที ดูจะไม่ได้เป็นอะไร
รีบเร่งเกินไปเลยเมื่อเทียบกับจำนวนคนที่เดินขวักไข่วอยู่ทั้งภายในเเละนอกของโดมขนาดเขื่อง
ที่เเทบจะไม่น่าเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของมหาลัยเเห่งนี้...........เวลาราวหนึ่งชั่วโมงถูก
ใช้ไปกับวงนำร่องที่ไม่น่าจะสนใจนัก..
.....เเละเเล้วช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึงจนได้..
เสียงร้องตะโกนที่ดังสนั่นทั่วทั้งฮอลล์พร้อมทั้งอะไรบางอย่างที่ขัยบเขยื้อยไปมาอยู่บนเวที
พร้อมเเสงไฟที่มืดสลัวลงอย่างจงใจ ..เเสงไฟสีส้มบ้างม่วงบ้างส่องถึงเงาร่างสี่ร่างบนเวที
ที่ดูจะไม่ชัดเจนมากนัก นั่นเอง!!! Red Hot Chiili Peppers นั่นเอง!!!
..เก้าอี้ที่ดูค่อนข้างสะดวกนั่ง เเละ location ที่ดูพอเหมาะพอเจาะ ดูจะไม่สามารถรั้งความตื่นเต้น
เอาไว้ได้ การลุกขึ้นยืนดูเหมือนจะเป็นสื่งที่จำเป็นไปซะเเล้วสำหรับทุกๆชีวิตที่อยู่ในโดมมหึมาเเห่งนั้น
..เมื่อมองไปด้านข้าง พี่นัทก็เช่นเดียวกัน..
เสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ครั้งเเล้วครั้งเล่าถูกสำรอกออกมาจากทวารหนึ่งบนใบหน้าอย่างนับครั้งไม่ถ้วน
เมื่อปรากฎเงาร่างมือเบสระดับพระกาฬที่เป็นที่โปรดปราน "Flea" ขึ้นพร้อมๆกับบทเพลง
ที่เป็นที่คุ้นหูอย่าง Dani Californai, Can't stop, Give it away, By the way, Californiacation etc...
สองชั่วโมงผ่านไป ไวเหมือนโกหก.........
9.42 am ของวันถัดมา...
..."โอย ลุกไม่ขึ้น เจ็บคอด้วย สงสัยจะเป็น Flu ซะเเล้วกรู.....ชิบหายเเล้ว อีกสองวันมีสอบด้วย"
..เเละช่วงเวลาที่เเล้วร้ายที่สุดก็มาเยือน พร้อมๆกับเศษกระดาษสีส้มที่ยังคงค้างอยู่ในกระเป๋ากางเกง......
July 15 ก้าวเเรก...! (The 1st Step)Dear อดีต....
5th June 2006 ในวันเดียวกันนั้น.....
เที่ยวบินจากกรุงเทพสู่สนามบินนาริตะ...
ที่นั่งในชั้นอีโคโนมี่คลาสคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เบียดเสียดกัน
ในที่นั่งของตนเองอย่างไม่สะดวกสบายนัก
บ้างเพลินอยู่กับการพูดคุยกับญาติของตน บ้างอ่านหนังสือ
เเละบ้างก็ง่วนอยู่กับการพยายามยัดสัมภาระของตนเข้าไปใน
ช่องเก็บของเหนือที่นั่งอย่างไม่ค่อยจะเป็นระเบียบนัก...
"เเฮ่ก เเฮ่ก" เสียงหอบหายใจที่ดูราวกับว่าอากาศกำลัง
จะหมดไปจากโลกเริ่มที่จะจางลง...
"การเดินทางครั้งนี้จะเป็นยังไงบ้างวะเนี่ย" ความกังวลในจิตใจ
เริ่มมีชัยเหนือเหตุเเละผล......
ก่อนหน้านั้นไม่นาน....
...ใบหน้าของเพื่อนๆเเละพ่อเเม่เริ่มเลือนหายออกไปจากคลองจักษุ
เมื่อเบือนหน้าหันเข้าสู่ประตูทางเดินซึ่งไม่ค่อยจะกว้างมากนัก...
เเสงไฟสีจ้าของสนามบินดอนเมืองยังคงรบกวนสายตาเช่นเดิม...
...หลังจากก้าวเท้าผ่านเข้าสู่ด่านตรวจคนออกนอกประเทศได้ไม่นานนัก
เจ้าหน้าที่ของสนามบินก็เดินเข้ามาอย่างเร่งร้อน....
"สายการบินนอร์ธเวสเทิร์นใช่มั๊ยคะ"
"ใช่ครับมีอะไรครับ"
"เชิญทางนี้เลยค่ะ"
หลังจากนั้นเพียงไม่ถึงอึดใจ เจ้าหน้าที่สาวรายนั้นก็เดิน
พาลัดคิวเข้าสู่พิธีการด้านการตรวจคนที่จะต้องเดินทางออกนอกประเทศ
อย่างรวดเร็ว....เพียงสองนาที พิธีการที่ค่อนข้างจะยุ่งยากนั้นก็เสร็จลงอย่างง่ายดาย
ซึ่งดูจะขัดกับจำนวนของคนซึ่งยืนต่อเเถวอยู่...
สายตาเหลือบไปเห็นสติ๊กเกอร์ NWA ที่เเปะอยู่ที่เสื้อนอกด้านขวาพอดี
"เจ๋งหว่ะ สายการบินนี้ มีสิทธิพิเศษด้วย" ใจคิด.....
ขาสองข้างเดินยวบยาบอย่างมั่นใจ ราวกับว่าเป็นจังหวะดนตรี
...เเต่มันดูเหมือนดนตรีเเนวที่ฟังสบายๆซะมากกว่า
"มีเวลาเหลือตั้ง 20 กว่านาทีว่ะ สบายไม่ต้องรีบ"
ระหว่างทางผ่านสินค้ามากมายหลายอย่างทั้งเหล้า
บุหรี่ ในร้านค้าที่อ้างว่าปลอดภาษีที่ใช้ชื่อตรงตัวว่า "duty free"
มันจึงทำให้การเดินเท้าเข้าสู่เกทพร้อมกับเเบกเป้ใบเขื่อง
ซึ่งอยู่ไม่ใกล้นัก เป็นไปอย่างไม่น่าเบื่ออย่างที่ควรจะเป็น..
..เสียงประกาศเรียกชื่อผู้โดยสารเป็นเสียงที่ค่อนข้างจะปกติที่มักจะพบได้บ่อย
ในสนามบินขนาดใหญ่ทุกเเห่ง ส่วนมากมักจะเป็นการเเจ้งเกี่ยวกับเวลาของเที่ยวบินต่างๆ
หรือประกาศเรียกผู้โดยสารเข้าเครื่องในกรณีที่มาสาย
..หลังจากเสียงประกาศเป็นภาษาอังกฤษที่ฟังดูเเล้วค่อนข้างรื่นหูผ่านไป
เพียงไม่นาน ..เบื้องหน้าปรากฎเกทเวย์ที่จะนำเข้าสู่ตัวเครื่องซึ่งก็
คือที่หมายนั่นเอง...
ค่อนข้างเเปลกที่ตอนนั้นเหลือเพียงเเค่เจ้าหน้าที่เฝ้าประตูขึ้นเครื่องเพียงสองคนเท่านั้น
เสียงสวบสาบของกางเกงยีนส์ตัวโปรดที่เสียดสีกันเมื่อเดินเข้าใกล้ทางขึ้นเครื่อง
ช่างฟังดูเหมาะเจาะกับเสียงประกาศเตือนผู้โดยสารที่มาสายเป็นคนสุดท้ายของเครื่อง
ที่ดังขึ้นราวกับนัดกันไว้
"..........................................immediately "
"เห้ย กูเองนี่หว่า!!"
เป้ใบโตดูเหมือนจะเพิ่มน้ำหนักของมันมากขึ้นเมื่อเท้าเริ่มออกวิ่ง.........
July 09 เเรกกางปีกสู่ฟ้ากว้าง......Dear อดีต...
5th June 2006...
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้...
เคยคิดนะว่าถ้านั่งนับวันรออะไรสักอย่าง
เเล้วมันจะมาถึงเร็วขึ้น
เเละมันก็จริงซะด้วยสิ ทีเเรกเหลือตั้งสามเดือนครึ่ง
จำได้อยู่เลยว่า หลังจากได้ใบตอบรับจากมหาลัยเเล้ว
ยังออกไปเลี้ยงฉลองกับเพื่อนๆอยู่เลย...
มันรู้สึกเเปลก...เราเคยนึกว่าเมื่อวันนั้นมาถึง
มันจะเป็นยังไงหว่า ตัวเราเองจะรู้สึกยังไง
เเล้ววันนี้เราต้องนั่งอยู่ในห้องเเห่งความรู้สึกที่เราเคย
สร้างมันขึ้นมาในหัวสมอง เเล้วมาคิดเปรียบเทียบกันว่า
มันต่างกันยังไง......
...วันนั้นเริ่มลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็วตั้งเเต่ตีสอง
ปกติไม่ได้ตื่นง่ายขนาดนี้ อาจเพราะความตื่นเต้นก็ได้มั้ง
"ที่จะไปเรียนนี่ คิดถูกป่าววะเนี่ย" ด้านนึงของจิตใจกระซิบ
ขณะที่กำลังสวมกางเกงยีนส์ตัวเก่งเเละจัดเเจงเข็มขัดให้เข้าที่
ถนนตอนเช้ามืดของกรุงเทพดูว่างเปล่าพิกล มีเเต่ไฟสีส้มๆ
ตามทางเห็นเเต่รถเเท๊กซี่ผ่านไปมาเพียงไม่มีกี่คัน
บ้างมีผู้โดยสารบ้าง บ้างก็ไม่มี
วันนั้นเพียง 20 กว่านาที รถก็มาหยุดลงที่ terminal 2
ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ หรือที่เรียกกันสั้นๆว่าดอนเมือง
"กระเป๋าหนักชิบหาย" คำนี้เเล่นขึ้นมาในสมองขณะที่
ขนกระเป๋าที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าเเละ "สิ่งยังชีพขั้นพื้นฐาน"
ลงจากรถมาสู่รถเข็นที่เก่าคร่ำคร่าเเละเต็มไปด้วยสนิม
...เสียงเอี๊ยดอ๊าด ประกอบการเข็นรถเข้าสู่สนามบิน
ด้วยจิตใจอันว้าวุ่น เป็นอะไรที่น่ารำคาญที่สุด...
หลังจาก check in เเละจัดการเรื่องตั๋วกับสัมภาระเรียร้อย
ภายในเวลาอันรวดเร็ว.....บนเก้าอีพลาสติคสี่ส้มรอบล้อมไป
ด้วย พ่อเเม่ ตา ยาย.เเละเเสงสว่างจากไฟของสนามบิน
ความอ่อนเเอเริ่มจู่โจม มาพร้อมกับความกังวลไปในขณะเดียวกัน
ความรู้สึกที่ต้องห่างจากพ่อเเม่ เพื่อนๆ เเละคนที่เรารู้จัก
ณ ตอนนั้นมันเเปลก มันวังเวงชอบกล
กลัว...กลัวที่เราต้องออกไปเผชิญอะไรใหม่ๆคนเดียว
ในสังคมที่เคยรู้จักเพียงเเค่ในหนัง internet หรือเเค่ tv
"สู้หน่อย ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวนี่ ชีวิตคือการผจญภัยนะเว้ย
มึงก็เคยบอกนี่หว่า ว่าถ้าชีวิตมึงไม่เจออะไรอย่างนี้
มันจะมีความหมายอะไร" ใครก็ไม่รู้กระซิบอยู่ในหูเเต่มัน
เป็นเสียงที่คุ้นเคยเหลือเกิน ......หลังจากนั้นตัวตนก็กลับ
อยู่ในที่ๆมันควรอยู่อีกครั้ง
"...." เสียงริงโทนของโทรศัพท์เเลบออกมาจากกระเป๋ากางเกง
"เออ ว่าไงโย"
"มึงอยู่ terminal ไหนวะเนี่ย"
"terminal 2 ไง ตึกสองอะ ของสายการบิน north west นะเว้ย"
..หลังจากนั้น 5 นาที สอกับโย ก็ปรากฎกายออกมาด้วยท่าทาง
งัวเงียเล็กน้อย หลังจากต้องเเหกขี้ตาตื่นขึ้นมาตั้งเเต่เช้ามืด
หลังจากนั้นไม่ถึง 15 นาที อัมกับหลิม หรือเรียกอีกชื่อว่านึงว่า"ไอ้หลิน"
ก็มาถึง หลิมดูหน้าซีดๆนิดนึง อาจเป็นเพราะเมื่อคืนทะเลาะกะเเฟนมา
หรือเปล่า?
หลังจากคุยเล่นกับเหล่าเพื่อนพ้องตัวเเสบที่มีทั้งกวนตีน
บ้างเเละไม่กวนบ้าง น้องอุ๊ก็ปรากฎตัวขึ้นมาสร้างความ
ประหลาดใจเเละตื่นตาตื่นใจเเก่ไอ้โยเเละสอที่จ้องอยากจะ
เห็นมานาน....สมใจพวกมันไป ดันถ่ายรูปมาเเบล็คเมล์เราทีหลังอีก
ก่อนเครื่องจะออกราวครึ่งชั่วโมง เพื่อนๆจากมช. ทั้งเติ้ล ฮ็อป เเละ เล้ง
ก็มาถึง....ได้ถ่ายรูปกันไปพักหนึ่ง..รู้สึกขอบคุณมากๆที่พวกมันอุตสาห์มากัน
..นอกจากพ่อเเม่ เพื่อนคือเเหล่งสร้างพลังใจชั้นดี ช่วยเติมเต็มความมั่นใจ
ส่วนที่ขาดหายไป....
.....ทุกย่างก้าวเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของนักผจญภัย
คนเดิมอีกครั้ง... กูซึ้งจริงๆนะที่พวกมึงมาส่งกูวันนั้น กูจะไม่ลืมเลย
.. ถึงไอ้โยกะสอ สมุดไดอะรี่ที่พวกมึงให้กูมากูใช้เขียนบันทึกทุกวันเลย
นะเว้ย
...เสียงเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องรอบสุดท้ายผ่านไป...
...กอดพ่อ กอดเเม่
สัมผัสมืออันอบอุ่นของตาเเละยาย...
เเละไม่ลืมที่จะร่ำลาเหล่าสหายรัก
โบกมือหนึ่งครั้ง....
เเละก้าวย่างสู่โลกใหม่อีกครั้ง......
|
|
|||||||||||||
|
|